{"componentChunkName":"component---src-pages-column-column-template-js","path":"/column/literary-view/","result":{"data":{"strapiColumn":{"title":"Literary View","tagline":"มองศิลป์พินิจเรื่อง","description":"บทความเกี่ยวกับเรื่องราวที่จับใจผู้คน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิยาย การ์ตูน เกม ภาพยนตร์ อนิเมะ มังงะ หรือเนื้อเพลง","slug":"literary-view"},"allStrapiArticle":{"nodes":[{"id":"7ac182f9-6a94-577b-a47a-dde009122361","title":"ความรู้สึกหลังอ่าน: I hope this doesn't find you","slug":"i-hope-this-doesnt-find-you","column":{"title":"Literary View","slug":"literary-view"},"publishedAt":"2025-10-21T15:45:48.082Z","blocks":[{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"ปกติเราเป็นคนที่ไม่ค่อยซื้อพล็อตโรแมนซ์เท่าไร แต่เล่มนี้แหละคือทุกอย่างที่ชอบถ้าจะอ่านโรแมนซ์สักเล่มเลย ความรู้สึกเหมือนเวลาอ่านแฟนฟิคสนุกๆ สักเรื่อง คือ เบาสมอง และรู้สึกหลงรักตัวละครเข้าเต็มๆ เพียงแต่ว่าเล่มนี่ไม่ใช่แฟนฟิคจ้า เป็นออริจินัลจากนักเขียนชาวจีน-ออสเตรเลียชื่อว่า Ann Liang ซึ่งเขียนนิยาย YA (Young Adult) แนวโรแมนซ์กับแนวแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ โดยเลือกเขียนเกี่ยวกับคนเชื้อสายจีนหรือวัฒนธรรมจีนเสมอ\n\n*I hope this doesn't find you* เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ‘เซดี้’ นักเรียนดีเด่นชอบแข่งขันผู้กดดันตัวเองให้เป็นที่หนึ่งเสมอ เธอต้องการเป็นที่รักของทุกคนจึงมักจะเก็บความรู้สึก และเลือกระบายอารมณ์โดยการพิมพ์เมลด่าตอบกลับคนที่ทำให้เธอไม่สบอารมณ์แต่ไม่กดส่งออกไป โดยเฉพาะกับ 'จูเลียส' คู่แข่งที่ผลัดกันเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน ที่เซดี้เกลียดมากกกกกกกเหมือนหนามยอกอก และเขียนเมลด่าจูเลียสทิ้งไว้นับไม่ถ้วน\n\nแต่อยู่มาวันหนึ่งเมลด่ากราดคนในโรงเรียนทุกฉบับกลับถูกส่งออกไป ทำให้ภาพลักษณ์เด็กดีของเธอพังในชั่วข้ามคืน…"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เราค้นพบเรื่องนี้มาจาก Reel ของคนเขียนที่โปรโมตพล็อตของเรื่องพอดี แล้วแบบ premise มันโดนเส้นมากจนต้องจดเก็บไว้ รอโอกาสที่จะเจอที่ร้าน พอได้ซื้อจากงานหนังสือก็หยิบเล่มนี้มาอ่านเลยเล่มแรกซึ่งก็อ่านจบในรวดเดียว นอนตีสามคืนนั้น แล้วคืนถัดไปก็อ่าน Side story ภาคต่อเพิ่มจนนอนตีสามอีกคืน ฮ่าๆ (มี Side story ชื่อว่า I hope this finds you เป็นเรื่องราวต่อจากในเล่มนี้ไปอีก น่าจะวางขายแบบดิจิทัลในอนาคต)"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## จุดที่ทำให้ชอบเป็นพิเศษ:\n\n- เซดี้ปากดีได้ใจ พูดจริงๆ น้องก็ดูแบบ… girl has issues. เกลียดการแพ้ระดับทำเอาอารมณ์เสียไปทั้งวัน obsessed ว่าทุกอย่างต้องเป๊ะ เก็บทุกเม็ด เวลาโกรธแล้วปากจัด เก็บกด อ่านแล้วแบบ ไหวไหมลูก? แต่ก็เป็น Character flaw ที่ชัดเจนและชวนเอ็นดูจากมุมคนแก่กว่า (ฮา)\n    - If you're skeptical whether the mails are bad enough to realistically get her in trouble, yes. They are. They're venomous and petty as hell and seriously extra. She describes in detail how she wants to murder my dude in one of them. But I'd rather you find out for yourself.\n- ชอบไดนามิกของตัวละครมาก เคมีดี น่ารักแต่ก็เถียงกันมันส์ ตอนที่เข้าขากันก็มองเห็นชัดว่าทั้งสองคนทำงานด้วยกันได้ดี แต่ตอนที่ทำตัวเกลียดกันก็เข้าใจ เพราะไอ้จูเลียสมันก็ชอบยั่วโมโหเซดี้จริง ปกติ Enemies to Lovers แท้ๆ มันไม่ค่อยเป็นไปได้อยู่แล้วอะ แต่อันนี้เป็นการตีความ trope นั้นได้มีชีวิตชีวามากเลย\n- หลายจุดตลกจนขำออกเสียง\n- เป็นเรื่องของเด็กเนิร์ดสองคน แต่ตัวเรื่องเองเบาสมอง ไม่มีอะไรคาดเดายาก เหมาะสำหรับอ่านชิวๆ (ยอมรับว่าเป็นเรื่องเบาสมองเล่มแรกของปี ก่อนหน้านี้อ่านแต่นิยายซีเรียสไม่ก็ดาร์ก กับ Non-fiction)\n- ตัวละครทุกคนเป็นคนออสเตรเลียเชื้อสายเอเชียโดยเฉพาะจีนเหมือนกับคนเขียน มันให้ความรู้สึก relatable แบบที่โรแมนซ์ฝรั่งไม่ค่อยทำให้รูัสึกบ่อยนัก\n\n## ไดนามิกตัวละคร\n\nเซดี้เกลียดจูเลียสมากจนถึงขั้นหมกมุ่น มันคือระดับที่เกลียดปานจะกลืนกินจนเรียกว่าชอบได้แล้วอะ เพราะจดจำทุกรายละเอียดที่เคยแข่งกันได้ รู้ทันทุกอุปนิสัย ถึงขั้นเคยเขียนระบายความหมั่นไส้ในรูปร่างหน้าตาอย่างละเอียดลงในเมล (ซึ่งสุดท้ายจูเลียสก็ได้อ่านตอนที่เมลหลุด ตามระเบียบ)\n\nไอ้หนุ่มนี่ก็ไม่เบา ชอบไปแหย่ให้เขาอารมณ์เสียตลอดเวลา ส่วนตัวคิดว่าที่ช่วงต้นของเรื่องโดนเกลียดก็สมน้ำหน้าแล้ว (ถึงเซดี้จะเป็นเงาแค้นเกินเหตุด้วยก็เถอะ) แถมเป็นสูตรสำเร็จซึนเดเระ เพราะความจริงแล้วชอบเขามานานแล้วแต่รับรู้ว่าเขา 'เกลียด' ก็เลยล่อตีนแทนเพื่อไม่ให้ดูอ่อนแอ\n\nเข้าใจความ Perfectionist และชอบเอาชนะของเซดี้ ตัวละครนี้มันสามารถน่ารำคาญได้เลย แต่ส่วนตัวไม่รำคาญเพราะรู้สึกว่าเรื่องปูมาให้เข้าใจความกดดันทุกอย่าง ตัวเซดี้เองเป็นคนที่มี attitude ว่ามีอะไรพังฉันต้องเป็นคนซ่อม กระทั่งปัญหาครอบครัว และจะต้องไม่ลำบากคนอื่น ตลอดเรื่องจึงมีความพยายามที่จะซ่อมนู่นซ่อมนี่จนเลยเถิด (อ่านเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ [อ่านแบบนักเขียน](https://blog.nattp.page/article/i-hope-this-doesnt-find-you/#%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99))\n\nส่วนฝั่งจูเลียสเองก็มีปมของการถูกเปรียบเทียบซึ่งทำให้เข้าใจว่าทำไมถึงได้ทำตัวแย่เหมือนกัน\n\nเอาจริงอ่านแล้วขำกับความเป็น YA ว่าเด็กพวกนี้มันไม่มีใครยอมใครกันเหลือเกิน เหมือนว่าแพ้แล้วจะตาย เหมือนว่าการเรียนและต่อมหาลัยคือโลกทั้งใบ ชีวิตวัยรุ่นอะเนอะ น่ารัก555555 อ่านแล้วเหมือนได้ทบทวนถึงสิ่งที่ชอบเกี่ยวกับ YA และจุดเด่นของ demographic YA เทียบกับ Adult เลย (คลาสเรียน JUV LIT หวนคืนมาเลย ฮา)"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"I get you, dude. I'm obsessed with her too."}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## อ่านแบบนักเขียน\n\nเรา put effort ในการมองงานเขียนแบบนักเขียนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่กำลังเขียนเรื่องยาวและพิจารณาพล็อตกับตัวละครที่ทำอยู่อย่างจริงจัง ก็เลยยิ่งมองเห็นว่าหนังสือเล่มนี้มัน Establish พล็อตและตัวละครทุกอย่างชัดมาก อ่านจบแล้วอดไม่ได้ที่จะคิดว่า This is freaking perfect.\n\n- **คาแรกเตอร์ของเซดี้ผู้เป็น Narrator ชัดเจนตั้งแต่ประโยคเปิด** “It’s an honor to be waiting outside the school gates in the winter cold. This is what I’ve been telling myself for the past hour […]” เราเริ่มด้วยการรู้ว่าเธอเป็น overachiever จากการที่มาทำงานที่ได้รับมอบหมายก่อนเวลา และ motivated by ความรับผิดชอบและอยากดูดี (”honor”) หลังจากนั้นพอจูเลียสเข้าฉากก็ได้เห็นว่าอีก motivation คือเธอต้องการชนะจูเลียส ต้องการชนะมากแค่ไหนและหมั่นไส้มากแค่ไหน ไดนามิกของทั้งสองนำเสนอชัดเจน\n    - Character Flaws ชัดเจนจากตรงนี้และชัดขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเล่ม ว่าเซดี้เป็น People pleaser และเก็บกดเอาไปลงกับการแข่งขัน\n- **Character motivation ชัด** ตั้งแต่บทที่ 2 เราก็ได้รู้ว่าเซดี้มีเป้าหมายจะเรียนจบเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน เพื่อที่จะได้โควตาเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการและเปิดทางสู่อนาคตที่หวัง ซึ่งเหตุที่ต้องการความสำเร็จในการเรียนก็เพราะแบกรับความกดดันที่จะเป็นเสาหลักครอบครัว เมื่อเห็นแรงจูงใจเราจึงรู้ว่า\n    - ทำไมเธอจึงยอมให้เพื่อนเอาเปรียบไปหมดทุกคน ยอมทำงานกลุ่มเองคนเดียว เพราะไม่ยอมเสี่ยงให้เกรดพัง\n    - ทำไมเธอถึงหมกมุ่นกับเกรด รางวัล และตำแหน่งต่างๆ นัก เพราะอยากได้โปรไฟล์\n    - ทำไมเธอจึงไม่ชอบจูเลียส เพราะเขาเป็นคู่แข่งที่ขัดขวางไม่ให้เธอจบไปด้วยอันดับหนึ่งตามเป้าหมาย\n- **เพราะ Motivation ชัด Stakes ก็เลยชัด** ตรรกะของเซดี้เชื่อมโยงชัดเจนว่า ถ้าไม่รักษาเกรด ไม่มีปัญหากับใคร และเรียนจบเป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน จะเปิดทางสู่อนาคตที่หวัง เพราะอย่างนั้นการ “แก้” สถานการณ์เมลหลุด จึงมี Stakes ดังกล่าวติดมาด้วย\n- **เพราะ Motivation ชัด คนอ่านจึงเข้าใจได้ทันทีว่าทำไม Inciting Incident นี้ (อีเมลที่บอกความรู้สึกจริงๆ ของเซดี้หลุดออกไป) ถึงได้ส่งผลต่อเซดี้ขนาดนั้น**\n    - ถ้าเป็นคนอื่น หรือถ้าเป็นเราเอง อาจจะไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้? อาจจะขำ อาจจะไม่สะทกสะท้าน อาจจะมูฟออนเลยก็ได้? แต่เพราะรู้ว่าเซดี้ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองหนักขนาดไหน (Motivation) และเหตุที่ห่วงก็เพราะมองว่าอนาคตที่ประสบความสำเร็จของตัวเองขึ้นอยู่กับมัน (Stakes) เราจึงเข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์นี้ถึงเหมือนโลกถล่มสำหรับเธอ และเป็นชนวนให้กับเหตุการณ์ต่อๆ ไป\n- **Character Voice ชัด** ส่วนหนึ่งที่ทำให้เมลจิกกัดฟังดูเข้าคาแรกเตอร์ ก็เพราะน้ำเสียงของ Narrator ก็จิกกัดพอกัน\n- **Character Disbelief ชัด** “ความเชื่อ” ของตัวละคร เป็นกลไกหนึ่งที่ผลักให้เรื่องราวไปข้างหน้า\n    - เซดี้ เชื่อว่าเธอมีหน้าที่ต้อง “แก้” ทุกความผิดพลาด ไม่อย่างนั้นชีวิตก็จะจบสิ้น ตลอดเรื่องราวเธอพยายามหาวิธีแก้ให้คนเลิกโกรธเธอ แต่ก็ไม่ได้ช่วยขนาดนั้น กระทั่งสุดท้ายจึงเรียนรู้ว่าบางเรื่องราวก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องไปมองมันด้วย mindset ของการแก้ไข หรือหลายอย่างก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องแบกรับไว้เลยด้วยซ้ำ\n    - จูเลียส เชื่อว่าตนเองเป็นรองกว่าคนอื่นและจะไม่ถูกเลือก จากการโดนเปรียบเทียบในครอบครัว ตลอดเรื่องราวเขาพยายามสุดชีวิตเพื่อให้ไม่ดูอ่อนแอในสายตาเซดี้ แต่เมื่อเซดี้ได้รู้เกี่ยวกับตัวเขามากขึ้น เธอก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้ด้อยอะไรเลย\n\nบางทีเพราะตัวเรื่องเองไม่ได้ซับซ้อนเข้าใจยาก สิ่งเหล่านี้จึงปรากฎขึ้นมาให้สังเกตชัดเจนละมั้ง\n\n## สรุป\n\nไม่รู้ยังจะต้องสรุปอะไรอีก ถ้าชอบแนวรักวัยรุ่นใดๆ ก็แนะนำจ้ะ"}}}],"cover":{"alternativeText":null,"localFile":{"childImageSharp":{"gatsbyImageData":{"layout":"constrained","placeholder":{"fallback":"data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAAABQAAAALCAIAAADwazoUAAAACXBIWXMAAAsTAAALEwEAmpwYAAACqklEQVQozwGfAmD9APuFpPuatP6Rrf+Srf6SrvqVr/mNqfaKpvx5m/d5nfd+nvWHpfZ8nedzkNqDntSIoc6DnOB6l/93mvt3mAD7lLD/ssfjtsTCu8C9s7mtq7KFj5q7o6/6q73utsTt4e3p3+f7ws7qssOiqa2Pq6qLrazIkKL/cpb7dpgA+6O5/5u1w6y3fp+iaYaNc4qTmoWK7r29mJWgbWt27+PmwczWoay91sDAjJGag5mgeZWZvome/3uf+niaAPy1yP/A0behrIWcoXSCiKJ9aMJ1Xuiwm2puc0lLWumts4COrHB3lJOJik5eaGyDjVV3fqt0iv98oPh9ngD7qr//t8ukkJluf4W9n4HXiVygXjnKjGS4i5jokpTgwsvgx9P/0sW4mpAuPDhNcHhIa3Gnb4T/d5v7dJgA+q3A/5u2gF90Y1c85qRi0pNVxn5aubC58sfV6aOpisLdktXw8uPnrnB9fTQ6fFtoe46VrnWL/3mZ8YOQAPiJpv99pJlbWryKTdaXYbR0VIJvhkp/o7C1wouqvUKRtIu2zvCusMtthc9heep+lcaYpcu2wP+Vr/Z9kwD6d5j9fafmj3TOkkuLWkFTOD1XfKBzmLCUrMJtnrU3Z4eana/ImaJ0dXtmeHt/iY63u7vZtb//kq78bpQA/HWZ/m6V8KWsm3ZWCAAAOjpQOnGVn7TAm8DTSXqbQ3SNjaPCj3iPLUFGQFFdaXeAeJGRvY2b/4Wm+n+eAO2NjPt5k+GTpqOIkXRaZINug2V7k3qdq1KQqzlsiFqMp7zA2Z5/jT87SXRsfKOZpIqDi9CXqf+iuPyuwgDyg5D8e5bkdpLfhpz2mLLzkqz2hqDYe5i7aIzTcJHacpf1f6DzepjxcZL8j6//q8L/lLD+lK/6o7T9p712Yp17nP3kRQAAAABJRU5ErkJggg=="},"images":{"fallback":{"src":"/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/8193e/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.png","srcSet":"/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/9d0f3/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.png 336w,\n/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/77d7a/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.png 672w,\n/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/8193e/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.png 1344w","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"},"sources":[{"srcSet":"/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/e75a1/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.avif 336w,\n/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/7a355/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.avif 672w,\n/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/9ce22/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.avif 1344w","type":"image/avif","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"},{"srcSet":"/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/94fd2/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.webp 336w,\n/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/148ab/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.webp 672w,\n/static/103399664f38ec410666a01d9f5adbfd/d3af5/2025_10_I_Hope_This_Doesnt_Find_You_cover_c937889f8b.webp 1344w","type":"image/webp","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"}]},"width":1344,"height":759}}}}},{"id":"a48e96e3-b90c-5721-87ca-cd7781744a91","title":"ความรู้สึกหลังอ่าน: Neuromancer","slug":"neuromancer","column":{"title":"Literary View","slug":"literary-view"},"publishedAt":"2025-07-15T12:08:19.441Z","blocks":[{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เราเริ่มเล่มนี้มาด้วยความคาดหวังที่สูงพอควรเลยละ ก็เป็นถึงนิยายระดับตำนานที่ก่อกำเนิด genre ของ cyberpunk ขึ้นมาเลยเชียวนะ แถมหน้าปกยังสวยสดมากด้วย ชอบ ประโยคเปิดเรื่องเฉียบคมสมคำร่ำลือมา แต่ว่าเมื่ออ่านไปเรื่อยๆ ก็ชักไม่แน่ใจว่าจะรู้สึกอย่างไรกับมันดี\n\nเรื่องราวของ “เคส” พ่อหนุ่มแฮ็กเกอร์ อดีตหัวขโมยข้อมูลที่ระบบประสาทถูกทำลายจนไม่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับไซเบอร์สเปซได้อีกต่อไป ได้แต่ใช้ชีวิตโหลยโท่ยติดยาไปวันๆ ในจุดต่ำสุดของชีวิต มีชายลึกลับเสนอตัวเข้ามารักษาเขา แลกกับการจ้างงานแฮ็กระบบของบริษัทแห่งหนึ่ง เคสยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้โลดแล่นในไซเบอร์สเปซอีกครั้ง แต่ก็ต้องพบว่างานนี้มีลับลมคมในกว่าที่คิดเสียอีก…"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เราใช้เวลากว่าสามเดือนในการอ่านไปถึงครึ่งแรก โดยอุปสรรคที่ขวางกั้นเราไว้มากที่สุดคือสไตล์การเขียน หลายคนเปรียบสำนวนของ William Gibson ว่าเป็นสไตล์ใกล้เคียงกับ Phillip K. Dick แต่ขอทีเถอะ ฉันว่า Dick อ่านง่ายกว่า \n\nสิ่งที่ Gibson ชอบทำนั้น\n\n1. **ใช้ศัพท์เฉพาะ (ที่แปลว่า เฉพาะในเรื่องเท่านั้น) เยอะมาก บวกกับวิธีการเขียนที่ไม่จูงมือคนอ่าน** จับโยนลงไปโดยไม่คิดจะอธิบายคอนเซปต์ใดๆ เป็นพิเศษ ให้ผู้อ่านเป็นคนปะติดปะต่อเอง ระหว่างอ่านเราค่อยๆ อ๋อ ว่าอ๋อนี่ชื่อบริษัท นี่ชื่อคน นี่ชื่อรุ่นคอมพิวเตอร์ นี่ชื่ออุปกรณ์ เราชอบวิธีการนี้นะ เป็นวิธีการเขียนที่ high self esteem มากๆ แต่จากที่ส่องรีวิว Goodreads คนที่เกลียดก็เกลียดไปเลย\n2. **สำนวนเน้นความอาร์ตและคาแรกเตอร์มากกว่าความชัดเจน** ไม่ว่าจะศัพท์สแลงหรือว่าประโยคสุดติสต์แต่ละอัน บางทีก็อ่านแล้วรู้สึกเหมือนฉันเสียชาติเกิดเป็นอเมริกัน ไม่เข้าใจ มีฉากหนี่งที่บทพูดงงและตัวละครอีกตัวที่ฟังอยู่ก็งง เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ณ จุดนี้เขาอยากให้เราเข้าใจหรือไม่เข้าใจวะ Trust issues ไปเลย ฮา\n\nต้องยอมรับว่าเป็นสำนวนที่ออกแบบมาให้ค่อยๆ อ่าน อ่านวนย่อหน้าเดิมหลายครั้งเลยยิ่งดี บางทีพออ่านจุดเดิมวนหลายครั้งแล้วอยู่ๆ มันก็จะปลดล็อกความเข้าใจที่ไม่ทันเก็บในรอบแรก แล้ว the implications sink in on how fucked up these people are\n\nปกติหนังสือสักเรื่องหนึ่งอย่างไรก็ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับมันสักพัก แต่กว่าจะชินมือกับเล่มนี้ใช้เวลานานพอสมควร\n\nเมื่อเข้าสู่กลางเรื่อง สักบทที่ 11 นั่นละ เหมือนกับว่าอะไรบางอย่างมันเริ่มลงล็อก แล้ว 30% ท้ายของเรื่องก็ไม่อาจหยุดอ่านได้อีกต่อไป ส่วนหนึ่งก็เพราะประเด็นข้อ 1 (ศัพท์เฉพาะ) เริ่มไม่เป็นปัญหา อีกส่วนเพราะเหตุการณ์ในเรื่องเริ่มน่าสนใจ payoff เริ่มมา กำลังได้รู้ปูมหลังตัวละครมากขึ้น มาถึงตอนจบเราก็รู้สึกว่าสนุก ถ้าตัดเอาเรื่องศิลปะการใช้ภาษาออกไป พล็อตก็ค่อนข้างเข้าใจง่ายเลยละ\n\nมองย้อนกลับจากตอนอ่านทั้งหมดแล้ว เราคิดว่าภาษามันเป็นการสร้างบรรยากาศที่จงใจ ให้ภาพของโลกที่มัวและชัดในบางจุด ให้ภาพของตัวละครที่สมองไม่ค่อยจะเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไร ให้ความรู้สึกว่ากำลังได้พบกับการผจญภัยเหนือจินตนาการ"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## จุดแข็ง\n\n- เซตติ้ง จะเรียกว่าเซตติ้งเป็นตัวละครที่ดีที่สุดของเรื่องเลยก็ได้ คาแรกเตอร์ของแต่ละสถานที่ที่ไปมันชัดเจนแจ่มแจ้ง โดยเฉพาะเซตติ้งของครึ่งหลังของเรื่องอย่างฟรีไซด์ที่เป็นเมืองในอวกาศ และด่านสุดท้ายที่พวกตัวเอกต้องบุกเข้าไปก็เป็นคฤหาสน์ที่ตั้งอยู่บนขอบของการมี/ไม่มีแรงโน้มถ่วง โอ๊ย สุดจะเท่ แค่เห็นเซตติ้งก็เข้าใจแล้วว่าหนังสือเล่มนี้ไอคอนิกขึ้นมาได้อย่างไร และเซอร์ไพรส์ที่เรื่องเริ่มต้นที่ญี่ปุ่น นี่คงป็นนิยายที่ทำให้คนเอาไซเบอร์พังก์ไปโยงกับญี่ปุ่นเลยละมั้ง\n- พอคิดว่าเขียนขึ้นในช่วง 1980s ก่อนที่อินเตอร์เน็ตหรือคอมพิวเตอร์จะแพร่หลาย (เรื่องนี้เขียนด้วยพิมพ์ดีด! คนเขียนยังยอมรับเลยว่าเขียนเรื่องนี้ขึ้นโดยที่ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลย!) ก็นับถือว่าเป็นหนังสือที่มาก่อนกาลจริงๆ… หรืออย่างที่คำตามในเล่มว่าไว้ อาจเป็นหนังสือเล่มนี้เอง ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนในวงการเทคโนโลยีเลยก็เป็นไปได้\n\n## จุดอ่อน\n\n- เราไม่ได้รู้สึกผูกพันกับตัวละครเท่าไร โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่แอบรำคาญมันทุกคน มอลลี่นางเอกดูเหมือน Maniac Pixie Dream Girl สาวในฝันเข้ามาดามใจพระเอกไปหน่อยในตอนต้น แต่พอเห็นปูมหลังมากขึ้นก็เข้าใจคาแรกเตอร์\n- ไอ้การบรรยายการแฮ็กหรือท่องอินเตอร์เน็ตเป็นภาพ visual อย่างเช่นวิ่งไปวิ่งมาในโลกไซเบอร์ ไวรัสที่งอกกิ่งก้านเป็นต้นไม้ หรือการขี่ไวรัสเข้าไปพุ่งชนเสาอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการแฮ็ก แอบตลกนิดหน่อยจากมุมคนทำงานสายคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ แต่ก็เข้าใจได้ด้วยยุคสมัยและพอมองเห็นความเท่ของมันอยู่\n- ต่อจากด้านบน ยอมรับว่าสมองแอบหลับนิดนึงตอนอ่านท่อน Technobabble เกี่ยวกับการแฮ็กหรือใช้คอมต่างๆ เพราะมันแบบ… พี่พูดอะไรน่ะ? ฮ่า\n\nอย่างที่หลายรีวิวว่า "}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"การที่มาอ่านหนังสือเล่มนี้ ในปี 2025 นี้ อาจจะรู้สึกว่าคาแรกเตอร์แฮกเกอร์ใต้ดิน สาวสวยนักฆ่าไฮเทค การต่อเติมร่างกายเป็นไซบอร์ก โลกในเมทริกซ์ เชื่อมต่อกับโลกไซเบอร์ผ่านสมอง โตเกียวไซเบอร์พังก์ เอไอที่อำนาจมากเกินควบคุม ฯลฯ เป็นคอนเซปต์ที่เกร่อไปทั่วแล้ว แต่นั่นก็เพราะมี Neuromancer เป็นผู้เปิดทางไอเดียเหล่านี้มาต่างหาก\n\nมาถึงจุดนี้กับประสบการณ์การอ่านที่พลิกไปพลิกมาเกิดคาด สรุปว่าเรารู้สึกอย่างไรกับหนังสือเล่มนี้กันแน่เหรอ? \n\nชอบนะ\n\nและเชื่อว่าการอ่านครั้งต่อไป และต่อๆ ไป จะซึมซับความหมายในถ้อยคำอันแน่นกระชับของ Gibson ได้มากขึ้นอีก\n\nป.ล. ได้ข่าวว่าจะมีซีรีส์ AppleTV+ เรื่องนี้ออกมา ตื่นเต้นเลย\n\nป.ล.2 เจอเว็บ [Lorem Gibson](http://loremgibson.com/) ไว้เจน placeholder text สไตล์ Lorem Ipsum แต่เป็นภาษาสไตล์ที่ Gibson ชอบใช้ โอ๊ยฮาาาา"}}}],"cover":{"alternativeText":null,"localFile":{"childImageSharp":{"gatsbyImageData":{"layout":"constrained","placeholder":{"fallback":"data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAAABQAAAALCAIAAADwazoUAAAACXBIWXMAAAsTAAALEwEAmpwYAAACqklEQVQozwGfAmD9ALX3eLX5dbT0eF9wSGhyPWh4Pz6HOh2SSCKYQyeoQDStPiObRix0JzVLCEdtDDNMA1yMJ7H3W6TsU6L4VADJ+prQ/aa78Ipzi1ttfld8hVg+vmEpyn8WyHEL0W4SwW8gwngjgzc0UAAkNwcSGgNUeSq08l2m5lSj9FUAsfdvt/t4ufGFaYpGdodnXV5EIZhBK8V9GaJfF6JdFq5iF6llGHQrLEAAGCQPJDUSY5EmrPxZpOxTpfFUAKD1T6L3Ub70jLDEm4eYd2tnWSauWw3sfg7HbAy0XgzAZQnjdwxlKxAOABwxBRwoB1V+J67/WqboVanoVgCh91Gp/F7A8ZCQont8jWyAf2c3z3UA7XQDkUkDgkEDnFAA8XsObSwaHAAmQAEgMgRWfiet/Vel5lGt31cAo/NSq+hZwPSSfJFkTWkwT1wfGcJWLs2EYnx1Tn9sUoBvGcd1DXArJSgAITgBKT4IX48ov/99svBwpfJVAKTzVKrlVanuX05zIiA5ByItAAG0Q4vJtcuawLWatcWWvFzJmgdzJhYXADRIFlBbO42oas7/ncn4ncP6kgCl8FSm81Wg7lBBaxY5XAsXEwAAsUlbz52ahpp+j42ekaI00IkdgzA0Ow0lNxNdZ0uInXDV/6jF+JTA+IoAovdTpvFUpelUXYYZPVoMIiAACbJTAuVxDWcxBmArC41JAOFrRplZgYRcQ04uWGg9fqNStf9sp/VeqfdgAKTyVK3kV6bZVWt1N2lnTVM3LSLMYgDfaANxMQRzMwSqUwDwcG+/jaCMiZGGhoqEe6C4fqv/W5/0TaL2UQCm7VWq6lWm5FVVWTlEPzt+Y0iVunldkFYtWSsrYTwzbjsogEFjhGhmWlFgXk5waGSer3yq/1mi9VOk91Q28Sg0YNU22wAAAABJRU5ErkJggg=="},"images":{"fallback":{"src":"/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/8193e/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.png","srcSet":"/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/9d0f3/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.png 336w,\n/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/77d7a/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.png 672w,\n/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/8193e/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.png 1344w","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"},"sources":[{"srcSet":"/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/e75a1/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.avif 336w,\n/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/7a355/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.avif 672w,\n/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/9ce22/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.avif 1344w","type":"image/avif","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"},{"srcSet":"/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/94fd2/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.webp 336w,\n/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/148ab/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.webp 672w,\n/static/e38740dd19abdfd0fb57581810a001e0/d3af5/2025_07_neuromancer_cover_6bcde4bd65.webp 1344w","type":"image/webp","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"}]},"width":1344,"height":759}}}}},{"id":"257add35-b2e9-5de9-be03-9d0c7583b9e2","title":"รีวิว - Violet Evergarden: Eternity and the Auto Memory Doll ","slug":"violet-evergarden-eternity-and-auto","column":{"title":"Literary View","slug":"literary-view"},"publishedAt":"2024-01-17T12:06:44.999Z","blocks":[{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"_(บทความนี้แผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2019 ทาง[บล็อกเก่าของ natTP](https://765pro-no-nattp.blogspot.com/2019/12/violet-evergarden-eternity-and-auto.html))_\n\n>เพียงแค่เรียกชื่อของฉัน เราก็จะเชื่อมถึงกันเสมอ\nViolet Evergarden เป็นอนิเมะซีรีส์ที่สร้างโดยสตูดิโอ Kyoto Animation และฉายจบไปในช่วงต้นปี 2018 เรื่องนี้เป็นที่รู้จักจากงานภาพที่ละเอียดละออเกินมาตรฐานอนิเมะทั่วๆ ไป เนื้อเรื่องสวยงามที่ทำคนน้ำตาแตกมาแล้วนักต่อนัก และนางเอกที่ราวกับร่างแยกของเซเบอร์ใน Fate...\n\nซึ่งตอนนี้ภาคพิเศษที่เป็นอนิเมะมูฟวี่ อย่าง _Violet Evergarden -Eternity and the Auto Memory Doll-_ ก็ได้เข้าฉายในไทยแล้วจ้าาา เราจึงอยากจะมาพูดคุยเกี่ยวกับความประทับใจหลังจากดูสักนิด "}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"บอกก่อนว่า คนไม่เคยดูอนิเมะเรื่องนี้ ก็ดูตัวหนังรู้เรื่องนะ เพียงแต่อาจไม่มีการปูเกี่ยวกับไวโอเล็ตมากนัก ถ้าดูเรื่องหลักมาแล้วจะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของไวโอเล็ตมากกว่าเยอะ \n\n(บทความนี้จะขอเล่าสำหรับคนที่ไม่เคยดู Violet Evergarden มาก่อนด้วยค่ะ)\n\n## เรื่องย่อ\nภาคหลักของ Violet Evergarden ติดตามเรื่องราวของไวโอเล็ต เอเวอร์การ์เด็น เด็กสาวผู้ถูกฝึกให้เป็นทหารและเติบโตมาท่ามกลางสงคราม ที่ต้องปรับตัวและตามหาความหมายในชีวิตของตัวเองหลังจากที่สงครามจบลง เธอเลือกทำงานเป็น “ออโต้เมมโมรี่ดอลล์” ซึ่งมีหน้าที่เขียนจดหมายให้กับลูกค้า เพื่อสื่อสารความรู้สึกของพวกเขาออกมาผ่านตัวอักษร\n\nอนิเมะแต่ละตอนจะเป็นเกี่ยวกับงานแต่ละงานที่ไวโอเล็ตได้รับ พร้อมไปกับการเติบโตของไวโอเล็ต จากเด็กสาวทื่อๆ สู่การเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ และคำว่า_รัก_\n\nซึ่งภาคพิเศษนี้เป็นเนื้อเรื่องเพิ่มเติมจากในอนิเมะ ไวโอเล็ตได้รับงานให้ไปดูแลและสอนการเข้าสังคมให้กับคุณหนูอิซาเบลลาแห่งตระกูลยอร์ก นำไปสู่การช่วยเขียนจดหมายให้กับอิซาเบลลา เพื่อส่งให้น้องสาวที่พลัดพรากกันไประหว่างสงคราม"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_EMBEDDED_VIDEO"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## ความประทับใจ\n### เนื้อเรื่อง\nไม่บ่อยนักที่เรื่องที่จบลงอย่างดีแล้วจะมีภาคต่อหรือเนื้อหาเพิ่มเติมที่ช่วยยกระดับเนื้อหาขึ้นไปได้อีก แต่ภาพยนตร์ภาคพิเศษเรื่องนี้สามารถเสริมเนื้อเรื่องหลักได้ดีมาก ราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวมาตั้งแต่ต้นเลยด้วยซ้ำ อาจจะด้วยรูปแบบของภาคหลักที่ออกแนวจบในตอน ทำให้ Eternity and the Auto Memory Doll เป็นเหมือนอนิเมะเพิ่มอีกตอนหนึ่ง ที่ยาวกว่าตอนปกติแค่นิดเดียว\n\nส่วนของเนื้อเรื่องออกไปทางอบอุ่นหัวใจ ดูแล้วมีความสุข ยอมรับว่าช่วงต้นๆ นำเสนอออกมาออกจะเรียบๆ และหม่นๆ เล็กน้อย แต่เมื่อเรื่องราวผ่านไป สารที่หนังต้องการสื่อก็จะเริ่มปรากฎ พร้อมกับฉากที่ชวนให้ยิ้ม จนออกมาจากโรงด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ\n\nประเด็นสำคัญของเนื้อเรื่องมีทั้งพลังของจดหมาย ความรักและสายสัมพันธ์ระหว่างกัน และเด็กน้อยน่ารัก - _เอ้ย_ - ถูกแล้วน่า!"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"### งานภาพ\nจุดเด่นของ Violet Evergarden อย่างงานภาพที่ละเอียดละออนั้น ก็ยังคงมาตรฐานไว้ได้อย่างดี ไม่ค่อยมีอะไรที่จะพูดเพิ่มเติม ถ้าจะให้หวีด ก็คงบอกว่าแสงเงาสวยมวากกกกกกก สวยแบบเหนือธรรมชาติไปแล้ว"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"### ดนตรีประกอบ\nในส่วนของดนตรีประกอบ ภาพยนตร์ใช้ซาวนด์แทร็กจากอนิเมะที่คนที่ดูมาแล้วคงจะคุ้นหู ในระหว่างเรื่องมีการใช้ความเงียบอย่างน่าสนใจ หลายฉากที่จำได้มีเพียงเสียง ambient ที่พื้นหลังประกอบกับการพูดคุยกัน (ที่ไม่เยอะมาก) ของตัวละคร ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังแอบแง้มมองเสี้ยวหนึ่งของชีวิตของตัวละครมากกว่ากำลังดูหนังซะอีก\n\nส่วนเพลงประกอบนั้น ชื่อว่า “Amy” โดย Chihara Minori ชื่อของเพลงมีความสำคัญกับเรื่อง แต่สำคัญยังไง คงต้องเข้าไปหาคำตอบกันเอาเองนะ~"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_EMBEDDED_VIDEO"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## สรุป\nสำหรับใครที่เป็นแฟนของเรื่อง Violet Evergarden อยู่แล้ว คงต้องบอกว่าไม่ควรพลาด ส่วนใครที่ไม่ได้รู้จักเรื่องนี้แต่รู้สึกสนใจ ถ้าชอบเรื่องทำนองที่ซึ้งแต่ไม่หวือหวาก็คุ้มที่จะดูแน่นอน \n\nภาพยนตร์แบบนี้ส่วนใหญ่จะเข้าโรงไม่นานนัก ประมาณสัก 1 สัปดาห์ รีบไปก่อนจะออกจากโรงนะ!\n(และถ้าใครยังไม่ดู อนิเมะ Violet Evergarden มีให้ดูอย่างถูกลิขสิทธิ์บน Netflix จ้า)"}}}],"cover":{"alternativeText":"article cover","localFile":{"childImageSharp":{"gatsbyImageData":{"layout":"constrained","placeholder":{"fallback":"data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAAABQAAAALCAIAAADwazoUAAAACXBIWXMAAAsTAAALEwEAmpwYAAACkElEQVQozwXBiU7aAAAA0P6Sm0u2TIEJQotARUTkLjfjKFepAloQkKtyiNy3XLoBcyoRMDNBTYzHlizZD+09YPTLOJxio8n++dhycWc6qSPdQejsxj95yhar7r3EdqVvdaQF1Znj4jpbawe0Riiax5TlI2GWBC7vdaMZejMPje9C43ssWZQc5Y3ZvvVqTuYqOzFSHTZonFpR4xK7f+o1e4cawyqCb3JSSU6+BJyceNJVU7QgKnbU3yYmf0QYiqvDRX1+aEuVjX4P0iV9Xrm4UsOe/45Oe1ExQtvQwBCZgo6LgF+VsTgOFsAlgRQ2WGG5mkWE5RgpDZSR2LGKzJvHvSSJm2Me4+Pr92rLD29/ZgpBeuSImSkBQW30q2UHVLCDEYdMxRAr6a0Sfj2IB+NmLyEpdVzz28Z0kHuYth+fR/VOQIJQVzdoyyGSnikDqHlfbXYxhGCrmVaqIa2JMz2Lv41L5Zpvj9gaDGKzfjjn5j5M2n/+TRq9A5WeIdJwqUSMnsgBSgsusTsXKB95YqYEYZnUrFFx/+W2cdo8cNr57ZLzZ9aUtoFXveTTy49SE5PIKVLr2gpxuBJMAds2t9BiY4pYejtfLKXYtZv+wF73PJcp4KmooXEoaxBbKcdaFJddTwunfR+b+w4lBJxQhOaJALAD5xhQnoLnD+oF/E86VL/Mk2bzqeN86KZsj1k5cZRT2F3POLi9huf366jTyiRIA9frp7qCAM/ohuSWlfVVlYELgYuVamKRAS+BPKNeWvHyfTqoHrEk0LU0Cp3njMNh+O3xdj4bguguxewDBBpcoLDTOTQq9z3I/sCCQSoIcyXIlmQz5lXvYroa6XQqIWT9C+GSmcywQsXu1mMCO8EyeP4DGD87UOvM0+wAAAAASUVORK5CYII="},"images":{"fallback":{"src":"/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/8193e/2019_violet_repost_7a844f71c0.png","srcSet":"/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/9d0f3/2019_violet_repost_7a844f71c0.png 336w,\n/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/77d7a/2019_violet_repost_7a844f71c0.png 672w,\n/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/8193e/2019_violet_repost_7a844f71c0.png 1344w","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"},"sources":[{"srcSet":"/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/e75a1/2019_violet_repost_7a844f71c0.avif 336w,\n/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/7a355/2019_violet_repost_7a844f71c0.avif 672w,\n/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/9ce22/2019_violet_repost_7a844f71c0.avif 1344w","type":"image/avif","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"},{"srcSet":"/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/94fd2/2019_violet_repost_7a844f71c0.webp 336w,\n/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/148ab/2019_violet_repost_7a844f71c0.webp 672w,\n/static/f46f7ce7de7b9d4cb2f0a93b8057a2b3/d3af5/2019_violet_repost_7a844f71c0.webp 1344w","type":"image/webp","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"}]},"width":1344,"height":759}}}}},{"id":"31ec628e-0d6c-55c1-a8d6-2217acc66a50","title":"วิเคราะห์เพลงทั้ง 5 จาก Weathering With You","slug":"5songs-weathering-with-you","column":{"title":"Literary View","slug":"literary-view"},"publishedAt":"2024-01-17T11:14:35.719Z","blocks":[{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"_(บทความนี้แผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2019 ทาง[บล็อกเก่าของ natTP](https://765pro-no-nattp.blogspot.com/2019/09/5songs-weathering-with-you-TH.html))_\n\nในการรับชมภาพยนตร์ สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการสร้างบรรยากาศให้กับเรื่องราวก็คือบทเพลงค่ะ\n\nใน _Your Name (Kimi no Na wa)_ ภาพยนตร์ของชินไค มาโคโตะ เรื่องก่อนหน้า มีเพลงประกอบที่เป็นเพลงร้องอยู่ทั้งหมด 4 เพลง ได้แก่ [Yume Tourou, Zen Zen Zense, Sparkle และ Nandemonaiya](https://music.apple.com/th/playlist/your-name/pl.u-EdAVkr4tDdb4Aek) ซึ่งแต่ละเพลงนอกจากจะเสริมให้คนดูคล้อยตามด้วยดนตรีที่ก้าวข้ามกำแพงภาษาแล้ว เนื้อเพลงยังสื่อถึงธีมเรื่องและความรู้สึกนึกคิดของตัวละครในฉากนั้นๆ จนวง RADWIMPS เจ้าของเพลง ยังถึงกับต้องทำ[เพลงเวอร์ชั่นแปลอังกฤษ](https://music.apple.com/th/playlist/your-name-english/pl.u-MDAWk9WTAVy6dg1)เพื่อประกอบ Your Name แบบพากย์ภาษาอังกฤษเลยทีเดียว\n\nใน _Weathering With You (Tenki no Ko)_ ที่มีเพลงร้องทั้งหมด 5 เพลง ผู้กำกับชินไคก็ได้มีการนำบทเพลงมาใช้ในลักษณะที่คล้ายกัน มีเพลงอะไรกันบ้าง เพลงแต่ละเพลงขึ้นมาตอนฉากไหน มีความหมายว่าอย่างไร และน่าจะจงใจให้ผู้ชมทราบอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวมากขึ้นบ้าง เราจะมาสำรวจกันในบทความนี้เลยค่ะ!\n\n_**[มีการเปิดเผยส่วนสำคัญของเนื้อหา]**_"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## เพลงที่ 1 : Kazetachi no Koe / เสียงแห่งเหล่าสายลม"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_EMBEDDED_VIDEO"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"โฮดากะที่หนีออกจากบ้านมายังเมืองโตเกียวต้องมาประสบกับความโหดร้ายของเมืองใหญ่ เร่ร่อนหางานและที่อยู่ในฐานะเด็กอายุ 16 ปีที่ยังเป็นผู้เยาว์ โชคยังดีที่สุดท้ายคุณสุกะที่เคยช่วยเหลือเขาไว้ยอมจ้างมาช่วยงานบริษัทเล็กๆ ให้เขามีอาหาร มีที่อยู่ และมีรายได้ (แม้จำนวนเงินจะน้อยนิดก็ตาม)\n\nในตอนที่ชีวิตที่โตเกียวของโฮดากะเริ่มต้นที่จะลงตัว เพลง _Kazetachi no Koe_ ก็ดังขึ้น\n\nในแง่ของจังหวะการขึ้นเพลง เรารู้สึกว่าคล้ายกับฉากที่ขึ้นเพลง _Zen Zen Zense_ ใน _Your Name_ มากทีเดียว เพราะเป็นฉากการปูพื้นเพของชีวิตตัวละคร ที่ใช้เพลงสอดแทรกความสนุกสนานตื่นเต้นของการพบประสบการณ์แปลกใหม่ แม้ว่าใน _Weathering With You_ จะมีภาพทับซ้อนของฝนที่ตกโปรยปรายเป็นฟิลเตอร์ของความเซื่องซึมอยู่ก็ตาม แต่ความตื่นเต้นของโฮดากะก็สามารถสื่อออกมาถึงผู้ชมได้ผ่านดนตรีที่ฟังสนุกๆ\n\nเนื้อเพลงของ _Kazetachi no Koe_ นั้นเต็มไปด้วยความฝันและความกระตือรือร้นที่จะผจญภัย อาจจะสื่อถึงความรู้สึกของโฮดากะที่หนีออกจากบ้านมาก็ได้ ว่าเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นอิสระและสามารถลองทำสิ่งต่างๆ ได้เต็มที่ ดังเพลงที่ขึ้นมาท่อนแรกว่า"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"### นัยยะของสายลม\n\n“สายลมเปลี่ยนทิศ” อาจจะหมายถึงตอนที่ชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้เกิดความรู้สึกว่า “จะเป็นเรื่องอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น!” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากสักแค่ไหน แถมยังทำได้อย่างง่ายดาย (“ด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด”) อีกต่างหาก\n\nแน่นอนว่าเนื้อเพลงเต็มไปด้วยความมั่นใจในแบบของเด็กที่กำลังเลือดร้อนและไร้เดียงสา เป็นตัวแทนความคิดของโฮดากะได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นในส่วนหนึ่งของท่อนฮุก"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"_สายลม_ สำหรับญี่ปุ่น นิยมนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์เปรียบถึง_การเติบโต และอิสระ_ แต่ที่น่าสนใจคือ ในหลายๆ ความเชื่อที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น สายลมมักจะเชื่อว่าเป็น _ข้อความจากสวรรค์ หรือวิธีการที่เทพเจ้าจะสื่อสารกับมนุษย์_ อาจจะเป็นอุปสรรคที่เทพเจ้าส่งมา หรือรางวัลที่ท่านมอบให้ก็ได้ ซึ่งสัมพันธ์กับเนื้อเพลงข้างต้นที่ผู้ร้องได้ร้องตะโกนให้เทพเจ้าส่งอุปสรรคมาให้ฝ่าฟัน และสัมพันธ์กับแนวคิดญี่ปุ่นในเรื่องที่ว่าเทพเจ้าเป็นผู้บันดาลฟ้าฝนด้วย\n\nเมื่อมองอย่างนั้นแล้ว ชื่อเพลง Kazetachi no Koe (風たちの声 / เสียงแห่งเหล่าสายลม) จะหมายถึงเสียงกู่ร้องหาอิสระ หรืออาจหมายถึงเสียงของเทพเจ้าผู้บันดาลลมฟ้าก็ได้\n\nนอกจากนี้ อีกส่วนที่น่าสนใจคือเนื้อเพลงท่อนนี้"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เนื้อเพลงด้านบนมีความเชื่อมโยงต่อไปยังเนื้อเพลงของเพลงร้องที่ดังขึ้นเป็นลำดับถัดไป นั่นก็คือ…\n\n## เพลงที่ 2 : Shukusai / งานเฉลิมฉลอง"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_EMBEDDED_VIDEO"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เสียงร้องของคุณมิอุระ โทโกะ ในเพลง _Shukusai_ ดังขึ้น ในช่วงที่โฮดากะกับฮินะเริ่มที่จะทำงานสาวฟ้าใสด้วยกัน ฉากในช่วงนั้นเป็นเนื้อเรื่องช่วงที่สนุกสนานที่ทั้งสองได้ช่วยเหลือผู้คนมากมาย เมื่อประกอบกับเสียงร้องเพลงใสๆ และภาพแดดออกงามๆ ก็ทำให้เป็นช่วงที่ดูแล้วรู้สึกมีความสุขที่สุดของภาพยนตร์เลย (อย่างน้อยก็สำหรับเรา)"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เนื้อเรื่องส่วนนี้ นอกจากจะเป็นการปูพื้นเรื่องพลังสาวฟ้าใสของฮินะแล้ว ยังเป็นการปูพื้นความสัมพันธ์ของโฮดากะกับฮินะและนางิน้องชายของเธออีกด้วย ในทำนองนั้น **เนื้อเพลง _Shukusai_ ทั้งเพลง บอกเล่าเรื่องราวของการตกหลุมรัก** ผ่านถ้อยคำที่น่ารักชวนให้ยิ้ม"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เนื้อเพลงคาดเดาได้ว่ามาจากมุมของโฮดากะเช่นเดิม เพราะมุมมองของเขาสัมพันธ์กับเนื้อเพลงด้านบน นั่นคือโฮดากะมีฮินะเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยเหลือให้เขา “หาย” จากอาการขี้ขลาดที่เป็นอยู่"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าเป็นความจงใจหรือเปล่า แต่คำว่า “กุญแจที่ทำให้ผมสว่างไสวข้างใน (僕の中に光らせる鍵)” มันเอะใจเรา จนทำให้ย้อนนึกไปถึงเนื้อเพลงในเพลง _Kazetachi no Koe_ ที่มีท่อนกล่าวว่า “鍵のないドアだらけの心で (หัวใจที่เต็มไปด้วยประตูที่ไร้กุญแจไข)” \n\nตามที่กล่าวมาในหัวข้อก่อนหน้า เนื้อเพลงทั้งสองน่าจะเชื่อมโยงกัน โดย ในตอนแรกในใจของโฮดากะมี “ประตู” ที่รอกุญแจมาไข แล้วฮินะก็คือผู้ถือกุญแจนั้นไว้ เมื่อไขแล้วเขาก็ “สว่างไสว” ขึ้นมาด้วย สมกับเป็นสาวฟ้าใสจริงๆ เล้ย\n\nเรามีไอเดียที่เป็นแค่การคาดเดาว่า ใน context ของเรื่อง คำว่า “ทำให้สว่างไสว” นั้น อาจจะหมายถึงแสงที่โฮดากะไล่ตามมาก็ได้ เขามีความค้างคาใจเกี่ยวกับแสงนั้นอยู่ (เหมือนกับเป็น \"ประตู\" ที่เปิดไม่ออก) และสุดท้ายเมื่อตามแสงไปก็ไปพบกับฮินะที่ช่วยคลายความค้างคา และทำให้เขาเข้าไปอยู่ในลำแสงนั้นได้ในที่สุด\n\nขอจบหัวข้อนี้ด้วยท่อนฮุกของเพลง ที่ร้องตะโกนความรู้สึกของโฮดากะออกมาว่า"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## เพลงที่ 3 : Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai / ยังมีอะไรที่ความรักพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_EMBEDDED_VIDEO"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"หลังจาก _Shukusai_ เพลงร้องก็หายจากภาพยนตร์ไปนานเพื่อดำเนินเรื่องราวไปข้างหน้าอย่างรวบรัด จนกระทั่งถึงจุดไคลแมกซ์ เพลง _Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai_ ก็ดังขึ้นมาสมการรอคอย\n\nเราเคยแปลเพลง _Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai_ ไว้ใน[โพสต์นี้](https://blog.nattp.page/article/ai-ni-dekiru-koto-wa-mada-aru-kai-th/) ซึ่งเนื้อหาโดยรวมรำพันถึงความไร้พลัง และตั้งคำถามที่ถามขึ้นซ้ำๆ ตลอดความยาวเพลงว่า"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"ถ้าจะให้แคบลงอีกนิด เพลงนี้ดังขึ้นในฉากที่โฮดากะถูกตำรวจล้อมเอาไว้บนตึก ตอนที่พยายามจะขึ้นดาดฟ้าเพื่อไปช่วยฮินะ ความรู้สึกของโฮดากะตั้งแต่ฮินะหายไปคงจะเป็นความไร้พลังและการรำพันในแบบเดียวกับในเพลง ทำนองว่า **“ฉันรักเธอก็จริง แต่ความรักจะมีความหมายอะไรล่ะถ้าฉันช่วยเธอไม่ได้? แล้วคนอย่างฉันจะทำอะไรเพื่อช่วยเธอได้บ้าง?”**\n\nเพลง _Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai_ แบบ Movie Edit มีการแทรกเนื้อเพลงช่วง verse ที่ 2 (หลังจากฮุกแรก) ของเพลงเต็ม เข้ามาใน verse ที่ 1 ก็คือเนื้อเพลงที่ว่า"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"แนวคิดของเพลงส่วนนี้สนับสนุนแนวคิดที่ว่าโชคชะตาได้ถูกกำหนดไว้แล้วโดยเหล่าทวยเทพ หรือถ้าให้พูดใน context ของเนื้อหาภาพยนตร์ คือ โชคชะตาของฮินะถูกกำหนดเอาไว้แล้วโดยเหล่าทวยเทพว่าจะต้องหายขึ้นไปอยู่บนฟ้า แต่ในฉากไคลแมกซ์นี้ โฮดากะที่รู้ถึง “ความจริง” ข้อนี้ก็ยังดึงดันจะช่วยเหลือฮินะจากโชคชะตาให้ได้\n\nเพลงหยุดลงเพื่อเปิดทางให้กับเพลงร้องเพลงถัดไป คือ _Grand Escape_ จนเมื่อ _Grand Escape_ จบลง _Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai_ ก็ดังขึ้นอีกครั้งในฉากที่ฮินะกับโฮดากะกลับลงมาสู่พื้นโลกแล้ว \n\nในตอนที่โฮดากะพาฮินะหลบหนีจากโชคชะตาได้สำเร็จแล้วนี้ เนื้อเพลงกล่าวว่า"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"ฉากและเพลงจบลงที่ตรงนั้น แต่ว่าในเพลง full version มีเนื้อร้องต่อไปว่า"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"ความรู้สึกและความพยายามของโฮดากะมีความหมาย คำถามที่เพลงพร่ำถามถึงได้รับคำตอบแล้ว\n\n## เพลงที่ 4 : Grand Escape / หลบหนีจากโชคชะตา"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_EMBEDDED_VIDEO"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"_Grand Escape_ เป็นอีกหนึ่งเพลงของช่วงไคลแมกซ์ที่บรรเลงพร้อมกับฉากช่วยฮินะลงมาจากฟากฟ้า ชื่อเพลงบ่งบอกว่าเกี่ยวกับการหนี แต่ว่าหนีจากอะไรกันล่ะ?\n\nถ้าหากอิงตามสิ่งที่เกิดขึ้นในฉาก สิ่งที่ง่ายที่สุดที่จะบอกได้ก็คือ **หนีจากโชคชะตา** ฮินะจะต้องเป็นเครื่องสังเวยเพื่อให้สภาพอากาศหยุดแปรปรวน แต่โฮดากะกำลังบอกให้ช่างโชคชะตานั้นซะ ให้หยุดแบกรับความรับผิดชอบนั้นที่เธอไม่ควรจะมีมาตั้งแต่แรก\n\nในฝั่งของเนื้อเพลงกำลังบอกเล่าเรื่องราวในแง่มุมที่แตกต่างออกไปทีเดียว"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เนื้อเพลงดังกล่าวมาจากส่วนของเพลงตอนที่เริ่มจะ upbeat ขึ้น จะเห็นได้ว่า**เนื้อเพลงกำลังบอกเล่าถึงการหนีจากโลก หนีจากความจริงไป** ซึ่งเข้ากับภาพของโฮดากะกับฮินะที่ลอยต้านอากาศกันเหนือพื้นโลกอยู่มากๆ"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"หลังจากนั้นจะเป็นท่อนที่คุณมิอุระ โทโกะ กับ RADWIMPS ร้องสลับกันว่า"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"การใช้คำว่า もう少しで (mou sukoshi de / อีกนิดหนึ่ง) ในจุดนี้ชวนให้นึกถึงท่อน もう少しだけでいい (mou sukoshi dake de ii / อีกสักนิดก็ยังดี) ของเพลง _[Nandemonaiya](https://youtu.be/sqljo295DkE?t=57)_ มากๆ อาจเป็นการจงใจสอดแทรกให้มีความเชื่อมโยงเล็กๆ เข้าไป หรือที่จริงอาจจะไม่มีอะไร ก็เป็นไปได้ (ฮา)\n\nแม้ว่าพวกเขาจะกำลังตกกลับลงสู่พื้นโลก แต่เพลงกำลังบอกถึงความรู้สึกที่น่าจะอยู่ในใจของตัวละครในตอนนั้น คือความรู้สึกที่อยากจะเป็นอิสระ อยากจะหลบหนีจากพันธะผูกพันของโลกที่คอยรั้งเอาไว้ แม้ว่าสุดท้ายพวกเขาก็ต้องกลับมาอยู่ดีก็เถอะ แต่ในเนื้อเพลง พวกเขาได้หนีออกจากโลกสำเร็จไปแล้ว"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"เป็นเนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความหวัง นอกจากนี้ยังแอบกระซิบว่า \"ทุกอย่างจะไม่เป็นไร\" ออกจะไปในทางเดียวกันกับเพลงถัดไป ที่เป็นเพลงสุดท้ายในเรื่องเลย...\n\n## เพลงที่ 5 : Daijoubu / มันจะไม่เป็นไร"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_EMBEDDED_VIDEO"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"3 ปีผ่านไป โตเกียวพบกับภัยพิบัติน้ำท่วมจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง มีเพียงเขาสองคนที่รู้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น และการตัดสินใจของโฮดากะมีผลต่อเหตุการณ์นี้เท่าไร\n\n_“การตัดสินใจนี้ มันดีแล้วเหรอ?”_ คงจะเป็นคำถามหนึ่งที่ภาพยนตร์ชวนให้ขบคิด ทั้งฮินะและโฮดากะเองก็คงจะคิดไม่ตกเหมือนกัน เนื้อหาของเพลง _Daijoubu_ ที่ชื่อแปลตรงตัวได้เป็นทั้งคำถามว่า “เป็นอะไรไหม?” หรือคำบอกเล่าว่า “ไม่เป็นไร” อาจจะเป็นความรู้สึกผิดของโฮดากะ และความกังวลที่ว่าฮินะจะต้องแบกรับความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งยิ่งกว่า"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"แม้ว่าจะมีความกังวล แม้ว่าสภาพของโลกที่พวกเขา “เลือก” จะดูเหมือนไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไรนัก แต่ก็เป็นอย่างที่โฮดากะได้เห็นในช่วงจบของเนื้อหาว่า มนุษย์ยังมีความหวังและคอยปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้เสมอ… **ทุกอย่างจะไม่เป็นไร** ไม่ว่ามันจะเป็นความจริงหรือแค่คำปลอบใจก็ตาม\n\nเพลงจบลงที่ว่า โฮดากะอยากจะช่วยฮินะแบกรับความรู้สึกนั้นไปด้วยกัน"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_QUOTE"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## ก่อนจบบทความ : การใช้เพลงของ Weathering With You\nก่อนที่จะจบบทความลง อยากจะเพิ่มเติมว่า รู้สึกว่าทั้งโครงสร้างการดำเนินเรื่องและการใช้เพลงของ Weathering With You คล้ายกับ Your Name มากจริงๆ กล่าวคือ\n- เพลงช่วงแรกจะมาในช่วงปูพื้นความสัมพันธ์ตัวละคร ทับกับภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ตัวละครพบเจอในช่วงเวลาหนึ่ง (Your Name = _Zen Zen Zense_ / Weathering With You = _Kazetachi no Koe_ + _Shukusai_)\n- เพลงช่วงถัดไปจะเป็นในตอนไคลแมกซ์ และเน้นการเสริมหรือ “ขยี้” อารมณ์ของคนดูในฉากนั้น ที่มักจะเป็นฉากนานๆ (Your Name = _Sparkle_ / Weathering With You = _Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai_ + _Grand Escape_) อาจเสริมว่าเป็นตอนที่ตัวละครหลักจะต้องแยกจากกันไปด้วย\n- เพลงช่วงสุดท้ายจะเป็นตอนจบ ซึ่งเป็นตอนที่ตัวละครหลักได้กลับมาพบกัน (Your Name = _Nandemonaiya_ / Weathering With You = _Daijoubu_)\n\n## สรุป\nแต่ละเพลงในเพลงร้องทั้ง 5 ของ _Weathering With You_ นั้น ต่างก็ช่วยเสริมบรรยากาศและเรื่องราวในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเพื่อบอกเล่าความรู้สึกของตัวละคร เพื่อขับเน้นประเด็นหลายๆ อย่างของเรื่อง หรือเพื่อช่วยให้ผู้ชมมีความรู้สึกคล้อยตาม\n\nอย่างไรก็ตาม เนื้อหาต่างๆ ในบทความนี้ก็เป็นเพียงสิ่งที่เราสังเกตได้ การตีความ และความคิดของเราเอง เราอาจจะใจตรงกัน หรืออาจจะคิดแตกต่างจากคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อย \n\nคิดเห็นต่อเพลงใน _Weathering With You_ อย่างไรกันบ้าง หรือชอบเพลงไหนเป็นพิเศษ มาแบ่งปันความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ!"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"}],"cover":{"alternativeText":"weathering with you music article cover","localFile":{"childImageSharp":{"gatsbyImageData":{"layout":"constrained","placeholder":{"fallback":"data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAAABQAAAALCAIAAADwazoUAAAACXBIWXMAAAsTAAALEwEAmpwYAAACqklEQVQozwGfAmD9ALDJ4KjA1bXL3bDT5bjd6r3a5eTv8+zq29vg0JXK4IXD2HWjvFt3lqaitKqrvuXm3e3v58vb4tXg29/l4QD////Ly827vcHV09XEw8fU0tX////m3bbCvY6LtMt0pL1VepRaZHGPiaSpqra+ys7V3trD1NPW3tXU2tIA+/z8uL3Dr7S7sre9rrO4xMjM7+3g9u7QzcSPjLDBUH+lPFp8iIGCtaylusTBxdDR2N3V3d7Q2tzOnrK6AMLU4rLF06i9zaW8zp24z563zLPH1LnGwKu8tWmUtDhgjUZee3V6hL+9spexvbC/w7S8wpSksn6Vo2eDlgCMprSBna5ZhKZPg609a5hCb5dSfaBjjq6Joq9vjqt8haeioKzs5M2ztbF5laZqj6dnhpxefpplgJVccIcAT22OQWGJNFaCNVaAQmCJZIakp7G4UHiXQHabjJuxkJKmura78+/WbIyidZWpi6exlKSrf5alg5elc4GMADpdij1diURhiUlniVN9oZCow4CZtTprkU5xi2SCpWiLpHB+lYyLlHGOpIGktJCbna+1taa1uJqlrIGPmABzj7BjfpVif5pigpxagZ5+mrNah6o5YoKOhHGIlZKOqLhrdY2PipC5xseXs8J/jJbFw7Zzh5NqfolhdoMAVHWYUm+KRGeJS3KRT3aWT26FU3GKRnqjppyVe5CccJ22goKbqZ+mgJakOF6HXnOIrLCqVW2GNkpeO01jACRAXCxIZS5NcFVwgldyhTxSYFVtf3mfvI6TnpiioVB7l2x7j294im17ikFjhFhwinuJjFVrfDVLYTtQZgA+U2FEW2pLaHtadIFaamw+VlqFj4uRqrerurna3MN3i5F/holrcniXl5OGi4dqd3VgdH5gb3NgdH5ddIIuyYSsZtYLwAAAAABJRU5ErkJggg=="},"images":{"fallback":{"src":"/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/8193e/weatheringwithyou_767ad0e0ee.png","srcSet":"/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/9d0f3/weatheringwithyou_767ad0e0ee.png 336w,\n/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/77d7a/weatheringwithyou_767ad0e0ee.png 672w,\n/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/8193e/weatheringwithyou_767ad0e0ee.png 1344w","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"},"sources":[{"srcSet":"/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/e75a1/weatheringwithyou_767ad0e0ee.avif 336w,\n/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/7a355/weatheringwithyou_767ad0e0ee.avif 672w,\n/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/9ce22/weatheringwithyou_767ad0e0ee.avif 1344w","type":"image/avif","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"},{"srcSet":"/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/94fd2/weatheringwithyou_767ad0e0ee.webp 336w,\n/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/148ab/weatheringwithyou_767ad0e0ee.webp 672w,\n/static/fbb8ca42a17fd043d1a235abb70e6850/d3af5/weatheringwithyou_767ad0e0ee.webp 1344w","type":"image/webp","sizes":"(min-width: 1344px) 1344px, 100vw"}]},"width":1344,"height":759}}}}},{"id":"7545ac03-c6dc-5d14-8662-b8213ef531d1","title":"[แปลเพลง] RADWIMPS - Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai? (OST. Weathering With You ฤดูฝัน ฉันมีเธอ)","slug":"ai-ni-dekiru-koto-wa-mada-aru-kai-th","column":{"title":"Literary View","slug":"literary-view"},"publishedAt":"2023-09-09T08:45:03.066Z","blocks":[{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"_(บทความนี้แผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2019 ทาง[บล็อกเก่าของ natTP](https://765pro-no-nattp.blogspot.com/2019/08/radwimps-ai-ni-dekiru-koto-wa-mada-aru.html))_\n\n## ข้อมูลเบื้องต้น\n\n- **ชื่อเพลง :** 愛にできることはまだあるかい (Ai ni Dekiru Koto wa Mada Aru Kai? | Is There Still Anything That Love Can Do? | ยังมีอะไรที่ความรักพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?)\n- **ศิลปิน :** RADWIMPS\n- **วันที่วางจำหน่าย :** 19/7/2019\n- เพลงประกอบภาพยนตร์ Tenki no Ko / Weathering With You\n"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_MEDIA"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"หนึ่งในเพลงประกอบของภาพยนตร์เรื่อง Tenki no Ko / Weathering With You หรือในชื่อไทย \"ฤดูฝัน ฉันมีเธอ\" นอกจากคำแปลเพลงนี้แล้ว เราได้เขียนบทความวิเคราะห์เพลงประกอบทั้งหมดของ Weathering With You ไว้ด้วยค่ะ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่[โพสต์นี้](https://blog.nattp.page/article/5songs-weathering-with-you/)เลยค่า~\n\n## ฟังเพลง"}}},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_EMBEDDED_VIDEO"},{"__typename":"STRAPI__COMPONENT_SHARED_RICH_TEXT","childStrapiComponentSharedRichTextBodyTextnode":{"childMarkdownRemark":{"rawMarkdownBody":"## เนื้อเพลง-คำแปล\n\n--------------------\n\n**愛にできることはまだあるかい<br/>\n_ai ni dekiru koto wa mada aru kai_<br/>**\nยังมีอะไรที่ความรักพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n--------------------\n\n**何も持たずに 生まれ堕ちた僕<br/>\n_nani mo motazu ni umareochita boku_<br/>**\nตัวผมที่เกิดมาโดยไม่ได้ครอบครองอะไร\n\n**永遠の隙間で のたうち回ってる<br/>\n_towa no sukima de notauchi mawatteru_<br/>**\nมาเพื่อตะเกียกตะกาย ในช่วงเศษเสี้ยวหนึ่งของกาลเวลาก็เท่านั้น\n\n**諦めた者と 賢い者だけが<br/>\n_akirameta mono to kashikoi mono dake ga_<br/>**\nในยุคสมัยที่มีเพียงผู้ยอมแพ้กับชีวิตและผู้ปราดเปรื่องที่จะมีชัย\n\n**勝者の時代に どこで息を吸う<br/>\n_shousha no jidai ni doko de iki wo suu_<br/>**\nผมจะสูดหายใจตรงไหนดี\n\n--------------------\n\n**支配者も神も どこか他人顔<br/>\n_shihaisha mo kami mo dokoka taningao_<br/>**\nผู้นำหรือเทพเจ้าทำตัวเหมือนคนอื่นคนไกล\n\n**だけど本当は 分かってるはず<br/>\n_dakedo hontou wa wakatteru hazu_<br/>**\nแต่ผมคาดว่าที่จริงพวกเขาคงรู้สภาพของพวกเราดี\n\n**勇気や希望や 絆とかの魔法<br/>\n_yuuki ya kibou ya kizuna toka no mahou_<br/>**\nจะมนตราของความหวังเอย ความกล้าเอย หรือสายสัมพันธ์\n\n**使い道もなく オトナは眼を背ける<br/>\n_tsukaimichi mo naku OTONA wa me wo somukeru_<br/>**\nไม่มีประโยชน์อะไรทั้งนั้น พวกผู้ใหญ่ต่างก็เบนหน้าหนีมัน\n\n**それでもあの日の 君が今もまだ<br/>\nsore demo ano hi no kimi ga ima mo mada<br/>**\nแต่ทว่าเธอในวันนั้น และในตอนนี้ก็ยัง\n\n**僕の全正義の ど真ん中にいる<br/>\nboku no sen seigi no domannaka ni iru<br/>**\nเป็นใจกลางของความยุติธรรมที่ผมเชื่อมั่นตลอดมา\n\n**世界が背中を 向けてもまだなお<br/>\nsekai ga senaka wo mukete mo mada nao<br/>**\nถึงแม้โลกใบนี้จะหันหลังให้กับเธอ\n\n**立ち向かう君が 今もここにいる<br/>\ntachimukau kimi ga ima mo koko ni iru<br/>**\nแต่เธอจะยังคงมุ่งมั่นต่อสู้อยู่กับผมตรงนี้\n\n\n--------------------\n\n**愛にできることはまだあるかい<br/>\nai ni dekiru koto wa mada aru kai<br/>**\nยังมีอะไรที่ความรักพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n**僕にできることはまだあるかい<br/>\nboku ni dekiru koto wa mada aru kai<br/>**\nยังมีอะไรที่ผมพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n\n\n**君がくれた勇気だから<br/>\nkimi ga kureta yuuki dakara<br/>**\nเพราะมันคือความกล้าที่เธอได้มอบให้กับผม \n\n**君のために使いたいんだ<br/>\nkimi no tame ni tsukaitain da<br/>**\nผมจึงอยากจะใช้ความกล้านั้นเพื่อเธอ\n\n**君と分け合った愛だから<br/>\nkimi to wakeatta ai dakara<br/>**\nเพราะมันคือความรักที่ผมได้แบ่งปันมาร่วมกับเธอ\n\n**君とじゃなきゃ意味がないんだ<br/>\nkimi to janakya imi ga nain da<br/>**\nดังนั้นถ้าไม่ใช่กับเธอ มันคงปราศจากความหมาย\n\n\n**愛にできることはまだあるかい<br/>\nai ni dekiru koto wa mada aru kai<br/>**\nยังมีอะไรที่ความรักพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n**僕にできることはまだあるかい<br/>\nboku ni dekiru koto wa mada aru kai<br/>**\nยังมีอะไรที่ผมพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n\n--------------------\n\n**運命とはつまり サイコロの出た目？<br/>\nsadame to wa tsumari SAIKORO no deta me<br/>**\nโชคชะตานี้ถูกกำหนด เพียงด้วยหน้าลูกเต๋าที่ถูกทอยออกมางั้นหรือ\n\n**はたまた神の いつもの気まぐれ<br/>\nhatamata kami no itsumo no kimagure<br/>**\nหรือว่าจะเป็นบัญชาอันแปลกประหลาดของเหล่าเทพเจ้ากัน\n\n**選び選ばれた 脱げられぬ鎧<br/>\nerabi erabareta nugerarenu yoroi<br/>**\nทางเลือกที่ถูกเลือกมาให้ เป็นเกราะติดตัวที่ไม่อาจหลีกหนี\n\n**もしくは遥かな 揺らぐことない意志<br/>\nmoshiku haruka na yuragu koto nai ishi<br/>**\nในอนาคตอันไกลอาจกลายเป็นความมุ่งมั่นที่ไม่เอนเอียงของเราเอง\n\n\n--------------------\n\n\n**果たさぬ願いと 叶わぬ再会と<br/>\nhatasanu negai to kanawanu saikai to<br/>**\nจะคำขอที่ไม่เป็นจริง หรือการกลับมาพบพานที่ไม่เกิด\n\n**ほどけぬ誤解と 降り積もる憎悪と<br/>\nhonokenu gokai to furitsumoru zouo to<br/>**\nจะความเข้าใจผิดที่ไม่คลี่คลาย หรือความเกลียดชังที่สะสม\n\n**許し合う声と 握りしめ合う手を<br/>\nyurushiau koe to nigirishimeau te wo<br/>**\nจะเสียงของการให้อภัยกัน หรือมือที่คอยกุมกันไว้แน่นนั้น\n\n**この星は今日も 抱えて生きてる<br/>\nkono hoshi wa kyou mo kakaete ikiru<br/>**\nดาวดวงนี้ยังคงแบกรับทุกสิ่งนั้นต่อไป แม้แต่ในวันนี้ก็ตาม\n\n\n--------------------\n\n**愛にできることはまだあるかい<br/>\nai ni dekiru koto wa mada aru kai<br/>**\nยังมีอะไรที่ความรักพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n**僕にできることはまだあるかい<br/>\nboku ni dekiru koto wa mada aru kai<br/>**\nยังมีอะไรที่ผมพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n\n\n**君がくれた勇気だから<br/>\nkimi ga kureta yuuki dakara<br/>**\nเพราะมันคือความกล้าที่เธอได้มอบให้กับผม \n\n**君のために使いたいんだ<br/>\nkimi no tame ni tsukaitain da<br/>**\nผมจึงอยากจะใช้ความกล้านั้นเพื่อเธอ\n\n**君と育てた愛だから<br/>\nkimi to sodateta ai dakara<br/>**\nเพราะมันคือความรักที่ผมได้สร้างมาร่วมกับเธอ\n\n**君とじゃなきゃ意味がないんだ<br/>\nkimi to janakya imi ga nain da<br/>**\nดังนั้นถ้าไม่ใช่กับเธอ มันคงปราศจากความหมาย\n\n\n\n**愛にできることはまだあるかい<br/>\nai ni dekiru koto wa mada aru kai<br/>**\nยังมีอะไรที่ความรักพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n**僕にできることはまだあるかい<br/>\nboku ni dekiru koto wa mada aru kai<br/>**\nยังมีอะไรที่ผมพอจะทำได้อยู่บ้างไหม?\n\n\n--------------------\n\n**何もない僕たちに なぜ夢を見させたか<br/>\nnani mo nai bokutachi ni naze yume wo misaseta ka<br/>**\nทำไมถึงได้มอบความฝันให้กับพวกผมที่ไม่มีอะไรเลยกันเล่า\n\n**終わりある人生に なぜ希望を持たせたか<br/>\nowari aru jinsei ni naze kibou wo motaseta ka<br/>**\nทำไมถึงได้ยอมให้คนเรามีความหวังกับชีวิตที่จะจบลงนี้เล่า\n\n**なぜこの手をすり抜ける ものばかり与えたか<br/>\nnaze kono te wo surinukeru mono bakari ataeta ka<br/>**\nทำไมถึงได้ประทานให้แต่สิ่งที่จะหลุดมือไปเล่า\n\n**それでもなおしがみつく 僕らは醜いかい<br/>\nsore demo nao shigamitsuku bokura wa minikui kai<br/>**\nแล้วอย่างนั้น พวกผมที่ยังคงยึดติด จะไม่น่าสมเพชหรือไงกัน\n\n**それとも、きれいかい<br/>\nsoretomo, kirei kai<br/>**\nหรือว่า จะเป็นที่สิ่งที่งดงามกัน\n\n\n\n**答えてよ<br/>\nkotaete yo<br/>**\nตอบผมที\n\n\n--------------------\n\n\n**愛の歌も 歌われ尽くした<br/>\nai no uta mo utawaretsukushita<br/>**\nบทเพลงเกี่ยวกับรักถูกขับร้องเสียจนไม่เหลือความสำคัญ\n\n**数多の映画で 語られ尽くした<br/>\namata no eiga de katararetsukushita<br/>**\nความรักถูกเล่าซ้ำในภาพยนตร์มากมายจนหมดมนตรา\n\n**そんな荒野に 生まれ落ちた僕、君 それでも<br/>\nsonna kouya ni umareochita boku, kimi sore demo<br/>**\nผมและเธอเกิดมาภายใต้แดนปรักหักพังแห่งนี้ แต่ทว่า\n\n\n\n**愛にできることはまだあるよ<br/>\nai ni dekiru koto wa mada aru yo<br/>**\nยังมีบางสิ่งที่ความรักพอจะทำได้อยู่\n\n**僕にできることはまだあるよ<br/>\nboku ni dekiru koto wa mada aru yo<br/>**\nยังมีบางสิ่งที่ผมพอจะทำได้อยู่"}}}],"cover":{"alternativeText":"article cover","localFile":{"childImageSharp":{"gatsbyImageData":{"layout":"constrained","placeholder":{"fallback":"data:image/webp;base64,UklGRoQAAABXRUJQVlA4IHgAAACwBACdASoUAAsAPtFUo0uoJKMhsAgBABoJbACdMoRgCTqgL6d5HCntlhkF2f0AAP544mcmzwW+aCvQBV/zkDvbDePiN5zVq449r4Bhg+yr9KxldqAyS9bXcf+iZrOhRvmbiLieJz+0utC2vPSakCFgYWUY/K3ggAA="},"images":{"fallback":{"src":"/static/89ad94a0cd8e506d2fc757ced336bedc/e8906/tenkinoko_cover_horizontal_3520c91c43.webp","srcSet":"/static/89ad94a0cd8e506d2fc757ced336bedc/003d1/tenkinoko_cover_horizontal_3520c91c43.webp 342w,\n/static/89ad94a0cd8e506d2fc757ced336bedc/557b8/tenkinoko_cover_horizontal_3520c91c43.webp 683w,\n/static/89ad94a0cd8e506d2fc757ced336bedc/e8906/tenkinoko_cover_horizontal_3520c91c43.webp 1366w","sizes":"(min-width: 1366px) 1366px, 100vw"},"sources":[{"srcSet":"/static/89ad94a0cd8e506d2fc757ced336bedc/33be0/tenkinoko_cover_horizontal_3520c91c43.avif 342w,\n/static/89ad94a0cd8e506d2fc757ced336bedc/de3bf/tenkinoko_cover_horizontal_3520c91c43.avif 683w,\n/static/89ad94a0cd8e506d2fc757ced336bedc/05619/tenkinoko_cover_horizontal_3520c91c43.avif 1366w","type":"image/avif","sizes":"(min-width: 1366px) 1366px, 100vw"}]},"width":1366,"height":772}}}}}]}},"pageContext":{"id":"4ad7200a-9430-58f9-80a5-e23daa4c9a54","pathPrefix":"/column/literary-view","pageNumber":0,"humanPageNumber":1,"skip":0,"limit":9,"numberOfPages":1,"previousPagePath":"","nextPagePath":""}},"staticQueryHashes":["1095332022","1935502202","4283650357"]}